จุลินทรีย์ประสิทธิภาพ (Effective Microorganisms หรือ EM) เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม การเกษตร และสุขภาพ โดยทั่วไป EM ประกอบด้วยจุลินทรีย์หลายชนิด เช่น แบคทีเรียกรดแลกติก, ยีสต์, และแบคทีเรียสังเคราะห์แสง ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสมดุลทางชีวภาพ นี่คือประโยชน์ ของ EM
1. ผลิตสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช
จุลินทรีย์ใน EM เช่น แบคทีเรียกรดแลกติกและยีสต์ สามารถผลิตสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช (Plant Growth Promoters) เช่น ออกซิน (Auxin), จิบเบอเรลลิน (Gibberellin), และไซโตไคนิน (Cytokinin) ซึ่งช่วยในการแบ่งเซลล์ การยืดตัวของเซลล์ และการพัฒนาของราก ลำต้น และใบ
2. เพิ่มการดูดซึมสารอาหาร
EM ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในดินให้กลายเป็นสารอาหารที่พืชสามารถดูดซึมได้ง่าย เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม นอกจากนี้ จุลินทรีย์บางชนิดใน EM ยังช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศให้กลายเป็นสารอาหารที่พืชใช้ได้
3. ปรับปรุงโครงสร้างดิน
EM ช่วยเพิ่มกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน ทำให้ดินมีโครงสร้างที่ดีขึ้น ดินร่วนซุย และมีการระบายน้ำและอากาศที่ดี เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของรากพืช
4. เพิ่มความต้านทานต่อโรคและศัตรูพืช
จุลินทรีย์ใน EM ช่วยสร้างสารต้านจุลินทรีย์ (Antimicrobial Substances) ที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและศัตรูพืช ทำให้พืชมีสุขภาพดีและลดความเสี่ยงในการเกิดโรค
5. กระตุ้นการงอกของเมล็ด
EM ช่วยเร่งกระบวนการงอกของเมล็ดพันธุ์โดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในดินและกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการงอก
6. เพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงใน EM ช่วยเพิ่มการผลิตคลอโรฟิลล์ในพืช ทำให้พืชสามารถสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้นและเติบโตได้เร็วขึ้น
7. ลดความเครียดของพืช
EM ช่วยลดความเครียดของพืชที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ความแห้งแล้ง อุณหภูมิสูง หรือดินเค็ม โดยการปรับปรุงสภาพดินและเพิ่มความสามารถของพืชในการดูดซึมน้ำและสารอาหาร
8. เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืช
การใช้ EM ช่วยให้พืชมีสุขภาพดีและเติบโตอย่างเต็มที่ ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เช่น ผลไม้มีรสชาติดีขึ้น ผักมีสีสันสวยงาม และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
9. ลดการใช้ปุ๋ยเคมี
EM ช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารจากดิน ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนและทำการเกษตรแบบยั่งยืนได้
10. สร้างสมดุลทางชีวภาพในดิน
EM ช่วยเพิ่มความหลากหลายของจุลินทรีย์ในดิน ทำให้เกิดสมดุลทางชีวภาพที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืชและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
EM-TEREX มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพดินผ่านกระบวนการทางชีวภาพที่ซับซ้อน จุลินทรีย์ที่มีใน EM-TEREX จะย่อยสลายซากพืช ซากสัตว์ และอินทรียวัตถุอื่นๆ ในดินให้กลายเป็นฮิวมัส ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อดิน แล้วฮิวมัสจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น และเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำและธาตุอาหารของดิน
สภาพดินเสื่อมโทรม จะเป็นการสูญเสียอินทรียวัตถุ การลดลงของแร่ธาตุที่จำเป็น การสูญเสียโครงสร้างดินที่ดี หรือการพังทลายของดิน เมื่อดินเสื่อมสภาพ ความสามารถในการรองรับการปลูกพืชและการผลิตอาหารจะลดลง ส่งผลให้เกษตรกรประสบปัญหาผลผลิตลดลง การปรับปรุงดินด้วยจุลินทรีย์ จะสามารถผลิตกรดอินทรีย์ที่ช่วยละลายธาตุอาหารในดิน เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียม ทำให้พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
จุลินทรีย์ที่มีใน EM-TEREX จะช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศในดินให้กลายเป็นสารประกอบไนโตรเจนที่พืชสามารถนำไปใช้ได้
กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มปริมาณไนโตรเจนในดิน ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
จุลินทรีย์บางชนิดสามารถผลิตสารโพลีแซ็กคาไรด์ที่ช่วยเชื่อมอนุภาคดินเข้าด้วยกัน ทำให้ดินมีโครงสร้างที่มั่นคงและร่วนซุย
กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำและอากาศของดิน ลดการชะล้างพังทลายของดิน และเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน
จุลินทรีย์จึงมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพดินให้ดีขึ้น ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช และส่งผลดีต่อระบบนิเวศโดยรวม
ในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย จำเป็นต้องอาศัยการเติมจุลินทรีย์ เนื่องจากจุลินทรีย์มีบทบาทสำคัญในการย่อยสลายสารอินทรีย์และมลพิษต่าง ๆ ในน้ำเสีย ในผลิตภัณฑ์ของเรา เป็นกลุ่มจุลินทรีย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ กลุ่มจุลินทรีย์ที่ต้องการอากาศ (Aerobic Bacteria) และ กลุ่มที่ไม่ต้องการอากาศ(Anaerobic Bacteria) อยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม และก่อประโยชน์ สร้างประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียได้เป็นอย่างมาก
จุลินทรีย์ที่ต้องการอากาศ (Aerobic Bacteria)
ผลิตภัณฑ์ของเรา มีแบคทีเรียสายพันธุ์ Pseudomonas และ Bacillus เป็นแบคทีเรียที่ใช้ออกซิเจน ซึ่งมีอัตราการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนสูง มีบทบาทสำคัญในขั้นตอนเริ่มต้นของการบำบัดน้ำเสีย คุณสมบัติที่ดีในการบริโภคสารมลพิษอินทรีย์ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน แบคทีเรียกลุ่มของเราจะเปลี่ยนสารที่ซับซ้อนเหล่านี้ให้กลายเป็นสารประกอบที่เรียบง่ายขึ้นโดยอาศัยการหายใจแบบใช้ออกซิเจน ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำหรับประสิทธิภาพโดยรวมของกระบวนการบำบัดน้ำเสีย
จุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการอากาศ (Aerobic Bacteria)
ในสภาพแวดล้อมที่ขาดออกซิเจนของขั้นตอนการบำบัดขั้นที่สอง แบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ จุลินทรีย์เหล่านี้เชี่ยวชาญในการย่อยสารประกอบอินทรีย์ที่ซับซ้อนผ่านการย่อยแบบไม่ใช้ออกซิเจน ผลพลอยได้ที่เป็นเอกลักษณ์ของกระบวนการนี้คือก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สามารถใช้เป็นพลังงานหมุนเวียนได้ การทำงานสองอย่างนี้ทำให้แบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนมีบทบาทสำคัญในการบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งให้การควบคุมมลพิษและการผลิตพลังงาน
Em-TEREX ของเรา สามารถเจริญเติบโตในสภาพที่มีออกซิเจนมากและไม่มีออกซิเจน ความสามารถในการปรับตัวนี้ ทำให้แบคทีเรียเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในขั้นตอนต่างๆ ของการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสารอินทรีย์และสารอาหารลดลงอย่างมาก หลายหน่วยงานที่เป็นลูกค้าของเรา เช่น โรงแรม โรงงาน บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำต่างๆ ต่างให้การยอมรับ และซื้อสินค้าเราเพื่อนำไปแก้ปัญหา เป็นประจำ
ไขมัน น้ำมัน และจารบี ที่เข้าสู่ระบบระบายน้ำ ไขมันและน้ำมันจะผสมกับอาหารและของเสียจากสุขอนามัยอื่นๆ แบคทีเรียที่ใช้ออกซิเจนซึ่งชอบกินไขมัน น้ำมัน และไขมันอย่างตะกละตะกลามมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการสะสมของสารเหล่านี้
🔴 จุลินทรีย์บางชนิดสามารถกำจัดมลพิษเฉพาะทาง เช่น ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำเสีย
🔴 จุลินทรีย์เหล่านี้จะเปลี่ยนมลพิษให้กลายเป็นสารที่ไม่เป็นอันตรายหรือสารที่มีประโยชน์
🔴 การเติมจุลินทรีย์ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพของกระบวนการบำบัดน้ำเสีย
🔴 จุลินทรีย์จะช่วยลดปริมาณสารอินทรีย์และมลพิษในน้ำเสีย ทำให้ได้น้ำที่สะอาดและปลอดภัยมากขึ้น
🔴 จุลินทรีย์บางชนิดสามารถย่อยสลายสารที่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นในน้ำเสีย ทำให้ลดปัญหากลิ่น
🔴 การกำจัดกลิ่นที่ดีและรวดเร็วทำให้องค์ประกอบมลพิษทางด้านอากาศดีขึ้นด้วย
เร่งกระบวนการย่อยสลาย: EM ช่วยเพิ่มจำนวนและความหลากหลายของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในระบบย่อยสลาย ทำให้กระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์และขยะเป็นไปได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ลดกลิ่นเหม็น: จุลินทรีย์ ช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบ ทำให้เกิดการย่อยสลายแบบใช้ออกซิเจนมากขึ้น ซึ่งช่วยลดการผลิตก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น เช่น แอมโมเนียและไฮโดรเจนซัลไฟด์
เพิ่มปริมาณปุ๋ยหมักคุณภาพ: การย่อยสลายด้วย EM ช่วยให้ได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพสูง อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และมีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งช่วยปรับปรุงดิน
ลดปริมาณขยะ: การย่อยสลายขยะอินทรีย์ด้วย EM สามารถลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ทำให้ช่วยลดภาระของระบบจัดการขยะมูลฝอย
ปรับปรุงคุณภาพดิน: การใช้ปุ๋ยหมักที่ได้จากการย่อยสลายด้วย EM ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น และเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำและธาตุอาหาร
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้ EM เป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้สารเคมีในการจัดการขยะและปรับปรุงดิน
ใช้งานง่ายและประหยัด: EM มีวิธีการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน และมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ